One Health in the Virtual Park เดือนกันยายน หัวข้อ “เส้นทางกัญชา”

“ปลดล็อคกัญชา” เสรีแค่ไหน? ควรรู้อะไรบ้าง?

หลังจากที่มีการปลดล็อคพืชกัญชา กัญชง พ้นจากบัญชียาเสพติดแล้ว ทำให้หลายคนให้ความสนใจ และมีข้อสงสัยเป็นจำนวนมากกับการใช้งานพืชประเภทนี้ เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN: Thailand One Health University Network) จึงพาผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนผู้มีความรู้เกี่ยวกับกัญชา ทั้งด้านวิชาการและด้านกฎหมาย มาร่วมพูดคุยกันอย่างพร้อมเพรียง ในเสวนาออนไลน์ “One Health in the Virtual Park” เดือนกันยายน ในหัวข้อ “เส้นทางกัญชา”

กัญชามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร? รู้จักกัญไว้: เหรียญสองด้านของกัญชา

ประโยชน์ทางการแพทย์และโทษของกัญชาคืออะไร? บริโภคแค่ไหนถึงไม่เป็นอันตราย? รศ.ดร. สุรพล นธการกิจกุล อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อธิบายไว้ว่า กัญชานั้นปลูกได้อย่างเสรีในหลายประเทศทางฝั่งตะวันตก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปิดเสรี กัญชานั้นเป็นพืชล้มลุก ตระกูลเดียวกับกัญชง แต่กัญชามีปริมาณสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ Tetrahydrocannabinol หรือ THC มากกว่า ณ ตอนนี้ชาวไทยสามารถปลูกกัญชาเพื่อบริโภคเองและเชิงพาณิชย์ ได้แล้ว โดยต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ก่อน

การใช้กัญชาในเชิงรักษานั้น จะต้องทำการสกัดอย่างถูกวิธี ถูกตำรับ และมีการควบคุมคุณภาพ จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยจริง ๆ กัญชานั้น มีสรรพคุณหลัก ๆ คือ ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษา แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทย องค์การเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อีกทั้งผู้ที่จะใช้กัญชาในการรักษาจะต้องผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังในการบริโภคกัญชาเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ เนื่องจากอาจจะมีผลกระทบต่อสมอง หากบริโภคแล้วมีอาการแพ้ ให้รีบหยุดใช้ทันที

ในการนำกัญชามาปรุงบริโภคเป็นอาหาร ต้องใช้ในปริมาณน้อย คือ ปริมาณ THC ไม่เกิน 0.2%โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านความร้อนเกิน 60 องศาเซลเซียส จะทำให้สาร THC ละลายออกมาเยอะ รศ.ดร. สุรพล แนะนำว่าไม่ควรเกิน 1 ใบ และไม่ควรใช้ในส่วนของช่อดอก เนื่องจากมีสาร THC จำนวนมาก และหลังจากบริโภคกัญชาแล้ว ไม่ควรทำงานกับเครื่องจักร เนื่องจากจะก่อให้เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุได้

กัญชาในประเทศไทย เสรีแค่ไหน?

ปลูกอย่างไร? ได้สูงสุดกี่ต้น? รศ.ดร.ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกัญชา อัพเดตให้ฟังว่า มีการประกาศเพิกถอนกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้กัญชาเป็น “สมุนไพรควบคุม” ซึ่งตอนนี้ในแง่ของกฎหมายยังมีข้อขัดแย้งหลายประการในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว รศ.ดร.ธัชเฉลิม ได้ยกตัวอย่าง การที่มีผู้สูบกัญชา แล้วก่อควันเดือดร้อนรำคาญกับผู้อื่น โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานท้องถิ่น ต้องสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการสูบ แต่อำนาจการจับกุมยังมีความคลุมเครือ ทั้งนี้ รศ.ดร.ธัชเฉลิม ให้ความเห็นว่า ณ ตอนนี้กัญชาในประเทศไทย ยังไม่เสรี 100% เพราะมีการบังคับใช้กฎหมายพร้อมกันหลายฉบับสำหรับการควบคุมและกำกับการศึกษาวิจัย จำหน่าย และใช้ประโยชน์จากกัญชาและสารสกัดจากกัญชา ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศนั้น ควรศึกษากฎหมายของประเทศปลายทางให้ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดการกระทำผิดกฎหมายของประเทศนั้น ๆ

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกัญชามีอะไรน่าสนใจบ้าง?

การแปรรูปทำอย่างไรได้บ้าง? ภก.ธนพงศ์ เพ็งผล เภสัชกรปฏิบัติการ จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเองมีการแปรรูปกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งได้รับอนุญาตเนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐ กัญชาในประเทศไทยนั้นมีประวัติการใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม เนื่องจากเป็นพืชที่โตได้ง่าย โตได้ทุกภาคในประเทศไทย

แต่ละส่วนของต้นกัญชานั้นจะมีปริมาณสารต่าง ๆ วิธีการสกัดต่างกัน และใช้ประโยชน์ได้ต่างกัน เช่น มีการพัฒนาสารกัดจากรากเป็นยาผงฟู่  กระบวนการสกัดสารสำคัญ Cannabidiol หรือ CBD ในประเทศไทยตอนนี้ สามารถทำได้บริสุทธ์เกือบ 100% แล้ว ซึ่งจะสามารถต่อยอดในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้อนาคต

การนำใบกัญชาสดมาปั่นเพื่อดื่มนั้น หากไม่ผ่านความร้อน จะได้ประโยชน์มากกว่าจากสารอื่น ๆ ที่อยู่ในใบกัญชา เช่น กรดไขมันจำเป็น ไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก ถือว่าเป็นอีกทางเลือกในการบริโภค ทั้งนี้ ภก.ธนพงศ์ ได้ร่วมแบ่งปันผลิตภัณฑ์กัญชา เช่น สารแต่งรสชาติ คราฟต์โซดา ขี้ผึ้งกัญชา ทั้งจากไทยและต่างประเทศ ซึ่งในบางผลิตภัณฑ์นั้นจะใช้ร่วมกับสมุนไพรตัวอื่น เช่น ขมิ้น พริกไทย ขิง ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเอง ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์สปาและบริโภคอย่างผงขัดผิวและพอกผิว น้ำมันอโรมานวดตัว สมุนไพรสำหรับแช่ตัว เกลือแช่เท้า ผงปรุงรสสี่เกลอ ชาอุ่นใจ  เป็นต้น

Share this article: