งานเสวนาออนไลน์ “One Health in the Virtual Park” ในหัวข้อ “To Celebrate One Health Day: One Health Effort in Tackling Climate change and Flooding in Thailand” November 3, 2022

วิกฤติปัญหา Climate change หรือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ คืออะไร? เชื่อมโยงกับน้ำท่วมอย่างไร?

เพราะ Climate change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลายคนคงได้ยินคำนี้กันมานานหลายสิบปี แต่แท้จริงแล้วภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่เราเรียก ๆ กัน คืออะไรกันแน่? อีกทั้งหลายคนยังมีความสงสัยว่ามันใกล้ตัวเราแค่ไหน? และส่งผลกระทบต่อสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมอย่างไร? มีความเชื่อมโยงกับปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบันอย่างไร? เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN: Thailand One Health University Network) จึงรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน ทั้งด้านวิชาการ มาร่วมพูดคุยกันอย่างพร้อมเพรียง ในเสวนาออนไลน์ “One Health in the Virtual Park” เดือนพฤศจิกายน 2565 ในหัวข้อ “To Celebrate One Health Day: One Health Effort in Tackling Climate and Flooding in Thailand”

To Celebrate One Health Day: One Health Effort in Tackling Climate and Flooding in Thailand

ภาวะโลกรวนกับมนุษย์ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกรวน (Climate change) นั้น มีสาเหตุเกิดจาก ทั้งธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ความยากจน อาหารขาดแคลน ภาวะทุพโภชนาการ เป็นต้น องค์การอนามัยโลก หรือ WHO คาดการณ์ว่าในช่วงปี ค.ศ. 2030-2050 จะมีผู้เสียชีวิตจากภาวะโลกรวน เพิ่มขึ้นถึง 250,000 คนต่อปี โดยเฉพาะประเทศที่มีระบบสาธารณสุขไม่เข้มแข็ง จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า นายแพทย์สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า หากเรามองในภาพใหญ่ ภาวะโลกรวนนั้นทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ ภาวะอากาศสุดขั้ว มลพิษทางอากาศ น้ำท่วม แมลงเติบโต การขาดอาหาร ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภาวะน้ำท่วม จะได้รับผลกระทบมากกว่า ในประเทศไทยนั้น สถานการณ์คนป่วยเกิดจากการที่อุณหภูมิร้อนขึ้น เช่น โรคจากความร้อน อย่างโรคลมร้อน ภาวะลมชัก ทำให้ประชาชนวัยเด็กและผู้สูงอายุ เจ็บป่วยมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน เช่นเดียวกับแรงงานที่ต้องทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน 

ในส่วนของภาวะน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในปี 2565 นี้ ก็มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยกว่า 100 รายเช่นกัน อีกหนึ่งปัญหาคือมลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5 หรือมลพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดไม่ว่าจะเกิดจากไฟป่า จราจร หรืออุตสาหกรรม เหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้ประชาชนมีอายุสั้นลง ในขณะที่อากาศร้อนขึ้น ทำให้แมลงนั้นเติบโตได้ดี ทำให้มีผู้ป่วยมาลาเรียเพิ่มขึ้น เกษตรกรใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้น เกิดเป็นปัญหาสุขภาพตามมา

ประเทศไทยเรามีแผนปฏิบัติการและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ซึ่งเน้นย้ำการแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ติดตาม ดำเนินงานให้ความรู้กับประชาชน และผลักดันให้ประชาชนมีการเจ็บป่วยลดน้อยลง ทั้งนี้นายแพทย์สมเกียรติได้ย้ำให้ทุกคนช่วยกันลดพฤติกรรมที่จะกระตุ้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยังดำเนินอยู่

โลกร้อน โลกรวน สัตว์ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?

ในภาพรวม ภาวะโลกรวนนั้น ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก ตั้งแต่ขั้วโลกเหนือ ไปยังขั้วโลกใต้ ซึ่งหลายคนคงได้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ตามสื่อต่าง ๆ นสพ. ดร. บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ อาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือกรณีไฟป่า ณ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2019-2020 ซึ่งเป็นผลของความแห้งแล้งที่ยาวนาน มีรายงานว่าสัตว์ป่าตายไป 1,000 ล้านตัวจากภัยพิบัติดังกล่าว หรือตัวอย่างน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ละลาย ทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น มีจำนวนประชากรลดลงถึง 30-50% เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นกระทบต่อพฤติกรรม การหาอาหาร และการสืบพันธุ์ ในขณะเดียวกัน ป่าในบริเวณเส้นศูนย์สูตร ประเทศเอกวาดอร์ได้รับความชื้นลดลงจากการที่เมฆลอยสูงขึ้น ทำให้มีความแห้งแล้งมากขึ้น กระทบการฟักไข่ของกบหรือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกทั้งหลาย เกิดการสูญพันธุ์ของกบหลายชนิด ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทั่วโลกลดลง รวมถึงเกิดการอพยพของสัตว์ไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ พร้อมกับโรคต่าง ๆ ที่ติดมากับตัวสัตว์ ซึ่งอาจนำไปสู่การติดต่อมาสู่สัตว์ท้องถิ่นและมนุษย์ อีกด้วย

โลกเอง ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?

เป็นที่ทราบกันดีว่า ตอนนี้โลกเราเกิดภาวะโลกรวน ตัวอย่างเช่น พายุเฮอริเคนที่รัฐฟลอริด้า อเมริกาก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชากรบนโลก ทำให้เกิดส่งผลกระทบในอีกหลายด้านอย่างเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราพยายามปรับตัว อาจจะทำให้ความรุนแรงของภาวะโลกรวนลดลงได้ ผศ. ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า ในงานประชุม The UN Climate Change Conference (COP 25) นักวิทยาศาสตร์ได้รวบรวม และเสนอแนวทางการแก้ไข ให้กับผู้นำโลกในหลายประเทศ เพื่อจะให้เกิดการดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในอนาคต ในขณะเดียวกัน สถานการณ์คลื่นความร้อนของประเทศไทย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงและอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำทะเลมีการระเหยมากขึ้น เมฆจุน้ำมากขึ้น ทำให้เกิดการฝนตกมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือน้ำท่วมหากเรามีการจัดการน้ำไม่ดีพอ

โดยในภาพรวมทั้งโลก ช่วงปี 2019 หรือปีแรกที่มีการระบาดของโควิด-19 นั้น พบว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกมีการลดลง แต่หลังจากที่คลายล็อค ปริมาณก๊าซก็กลับมาเพิ่มขึ้นในแนวโน้มเดิม เพราะฉะนั้นโควิด-19  แทบไม่จะมีผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในขณะที่ภาวะอากาศเปลี่ยนไปนั้น ก่อให้เกิดผลต่อระบบนิเวศทะเลเป็นอย่างมาก น้ำทะเลนั้นช่วยดูดซับความร้อนไว้จำนวนมาก ทำให้สัตว์ทะเลหลายชนิดต้องเผชิญกับน้ำที่ร้อนขึ้นด้วย อย่างปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว หญ้าทะเลตายเป็นจำนวนมาก เป็นต้น เหล่านี้ทำให้ระบบนิเวศถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยหลายภาคส่วนมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ เช่น มีการออกมาตรการต่างๆ มีการปลูกหญ้าทะเลทดแทน มีการสร้าง floating solar มีร้านคาเฟ่รักษ์โลก เป็นต้น แต่ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน

 

One Health in the Virtual Park

แล้วประเทศไทย มีแนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างไร?

หลายคนยังไม่ทราบว่า ประเทศไทยนั้นมีการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการติดตาม คาดการณ์ภาวะน้ำท่วมและภัยพิบัติ ดร. สุรัสวดี ภูมิพานิช นักภูมิสารสนเทศ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA เองเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่การบูรณาการความรู้และเทคโนโลยี การรับรู้ระยะไกล ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และระบบนำทางด้วยดาวเทียม ในการคาดคะเนสถานการณ์เพื่อป้องกันภัยพิบัติด้านอุทกภัย ได้แก่ การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ แปลตีความ ประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ และสามารถสร้างภาพ ข้อมูลเชิงพื้นที่ของโลก ทำให้ได้ข้อมูลที่มีความทันสมัย สนับสนุนการตัดสินใจ บริหารจัดการเชิงพื้นที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการบริหารจัดการภัยพิบัติ ก่อนเกิดน้ำท่วม เราสามารถติดตามสถานการณ์ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ โดยมีการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ย้อนหลัง 10 ปี ผักตบและวัชพืชกีดขวางทางน้ำ ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่เพาะปลูก ติดตั้งออุปกรณ์วัดระดับน้ำ ระหว่างเกิดเหตุน้ำท่วม สามารถวิเคราะห์ขอบเขตพื้นที่ที่ประสบภัยในภาพรวมแบบ near real time ที่ช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เช่น การวางแผนปล่อยน้ำไปยังจุดต่าง ๆ วางแผนการใช้เครื่องสูบน้ำ อีกทั้งยังมีการจัดทำแผนที่ดาวเทียม เผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบทางเว็บไซต์  และแจ้งเตือนล่วงหน้า วางแผนการอพยพคนและสัตว์หลังเกิดเหตุการณ์ วางแผนให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู และป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต ในอนาคตมีแผนในการร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความถี่ในการรับและอัพเดตข้อมูลต่าง ๆ เพื่อความต่อเนื่องของข้อมูลในพื้นที่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร?

ภาวะโลกรวนนั้น มีผลทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง เมื่อฝนตกจะตกหนักเป็นกระจุก แล้งก็จะแล้งหนัก คุณเลิศชัย ศรีอนันต์ กรรมการสมาคมนักอุทกวิทยาไทย สมาคมนักอุทกวิทยาไทย ให้ข้อมูลถึงสาเหตุสำคัญของน้ำท่วมในประเทศไทยคือ น้ำป่าไหลหลากบริเวณต้นน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม ในขณะที่กลางน้ำและปลายน้ำ เกิดจากน้ำเหนือ และน้ำฝนในพื้นที่ โดยน้ำหนุน ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมนอกคันกั้นน้ำ ส่วนแนวทางการจัดการน้ำนั้น ต้นน้ำจะใช้วิธีเตือนภัยน้ำไหลหลากให้กับประชาชนได้รับทราบ และจัดพื้นที่เก็กกักน้ำ ในขณะที่กลางน้ำ จะใช้เครื่องมือจัดจราจรน้ำ ในพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อลดยอดน้ำสูงสุด และการ bypass น้ำ และปลายน้ำ ใช้วิธีเร่งระบายน้ำ ผลักดันน้ำ อีกเครื่องมือสำคัญคือการนำเทคโนโลยี มาใช้ในการคาดคะเนสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนช่วยสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในทุก ๆ ปี กรมชลประทานมีการเตรียมการหลายประการ เพื่อเตรียมรับมือปัญหาอุทกภัย เช่น ตรวจสอบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งาน ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อน ตรวจสอบเครื่องมือ เครื่องจักรให้พร้อมใช้งาน กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ จัดการจราจรเส้นทางน้ำ ติดตามสถานการณ์ ใช้อาคารชลประทานในการแก้ปัญหา และมีการแจ้งข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้ประเทศไทยมีหลากหลายองค์กรที่ร่วมมือกันอย่างบูรณาการเพื่อดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น และช่วยกันบรรเทาสาธารณภัยให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

เนื้อหาเหล่านี้ ได้มาจากงานเสวนาออนไลน์ “One Health in the Virtual Park” ในหัวข้อ “To Celebrate One Health Day: One Health Effort in Tackling Climate change and Flooding in Thailand” ที่รวมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับวิกฤติปัญหา Climate change และการจัดการปัญหาน้ำท่วม หลายแขนงมาร่วมกันถ่ายทอดความรู้ในมิติต่าง ๆ สำหรับใครที่สนใจ และต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เราขอเชิญชวนรับชมกิจกรรมเสวนาออนไลน์ย้อนหลัง ได้ที่ https://fb.watch/gAq6bRtCou/ ติดตามประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพที่สนใจจากกิจกรรมเสวนาออนไลน์รายเดือน “One Health in the Virtual Park” ซึ่งจัดโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN: Thailand One Health University Network) ครั้งต่อไปได้ที่เพจ Thailand One Health University  https://www.facebook.com/NCOTHOHUN/

Share this article: